หลักธรรมคำสอน/คัมภีร์

Bhagavad02wiki

หลักคำสอน

1.  หลักธรรม  4  ประการ

  • ธฤติ  ได้แก่  ความมั่นคง  ความกล้า  ความสุข  คือ ความพากเพียรจนสำเร็จ และพอใจในสิ่งที่ตนมี
  • กษมา  ได้แก่ความอดกลั้น ความอดทน
  • ทมะ  ได้แก่  การระงับจิตใจ  การข่มใจ
  • อัสเตยะ  ได้แก่  การไม่ลักขโมย
  • เศาจะ  ได้แก่  การทำตนให้บริสุทธิ์ ทั้งกายและใจ
  • อินทรียนิครหะ  ได้แก่  การระงับอินทรีย์ทั้ง 10 คือ ประสาทความรู้ 5 ประการ ได้แก่ หู ตา จมูก ลิ้น  และผิวหนัง ประสาทความรู้สึก ทางการกระทำ ได้แก่ มือ เท้า ทวารหนัก ทวารเบา และลำคอ
  • ธี  ได้แก่  ปัญญา  สติ
  • วิทยา  ได้แก่  ความรู้ทางปรัชญา
  • สัตยะ  ได้แก่  ความจริง  ความสุจริต  ความซื่อสัตย์
  • อโกธะ  ได้แก่ ความไม่โกรธ

     หลักธรรม  10  ประการ มีจุดประสงค์ เพื่อให้ผู้ปฏิบัติ รู้จักควบคุมตนเอง ไม่ให้หลงมัวเมาในสิ่งผิด

      2. หลักอาศรม  4

     หลักอาศรม  4  หมายถึง  ขั้นตอนของชีวิต หรือ ทางปฏิบัติเพื่อยกระดับชีวิตให้สูงขึ้น มี 4 ประการ คือ

  • พรหมจารี  เป็นขั้นตอนของเด็กชายตระกูล พราหมณ์ทุกคน จะต้องรับการคล้องด้าย ศักดิ์สิทธิ์ จากอาจารย์ พิธีคล้องด้ายศักดิ์สิทธิ์ เรียกว่า “ยัชโญปวีต”  เมื่อได้รับการคล้องแล้ว เท่ากับประกาศตนเป็นพรหมจารี ถือว่าเป็น พราหมณ์ โดยสมบูรณ์ จากนั้น จะต้องศึกษา อยู่ในสำนักของอาจารย์จนสำเร็จการศึกษา
  • คฤหัสถ์  หรือผู้ครองเรือน  เมื่อสำเร็จการศึกษา แล้ว จะกลับบ้านเรือนของตน เพื่อแต่งงาน และมีบุตร
  • วานปรัสถ์  เป็นช่วงเวลาที่พพราหมณ์ ปฏิบัติตน เพื่อสังคมและประเทศ  เมื่อครอบครัวเป็นปึกแผ่น และบุตรได้ออกเรือนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พราหมณ์ผู้เป็นหัวหน้าครอบครัวจะออกป่า เพื่อแสวงหาความวิเวกและฝึกจิตของตน ซึ่งอาจ กระทำเป็นครั้งคราวแล้วกลับสู่เรือนก็ได้  ซึ่งคล้ายกับชาวไทยในพุทธศาสนา ซึ่งเมื่อแก่เฒ่าลง ก็จะหันหน้าเข้าหาวัด
  • สันยาสี  เป็นระยะเวลาที่พราหมณ์ ทำเพื่อมนุษย- ชาติทั้งปวง เป็นการสละชีวิตคฤหัสถ์ ของผู้ครองเรือน เพื่อเข้าป่าออกบวช  และเพื่อจุดหมายสูงสุดของชีวิต คือ โมกษะ

3.  หลักปุรุษารถะ หรือจุดมุ่งหมายของชีวิต

  • ธรรม หมายถึง  หลักศีลธรรมในสังคม เพื่อให้สังคมอยู่อย่างสันติสุข
  • กาม  เป็นการหาความสุขทางโลก  โดยให้ดำเนิน ไปตามแนวของธรรม ซึ่งมีผลให้ตนเอง มีความสุข ขณะที่สังคมก็มีความสุขด้วย
  • อรรถ  เป็นการแสวงหาทรัพย์ หรือการสร้างฐานะ ทางเศรษฐกิจ โดยยึดแนวทางธรรมเป็นหลัก
  • โมกษะ  เป็นอิสรภาพแห่งวิญญาณ  หลุดพ้น จากการเวียนว่ายตายเกิด หรือหลุดพ้น จากสังสารวัฏ  เป็นอุดมคติและคุณค่าสูงสุด ของชีวิต  ถือเป็นความสุขอันเป็นนิรันตดร์ (ข้อนี้ น่าจะเลียนแบบพุทธ  เนื่องจากพราหมณ์ มีหลักการ คือ ต้องเข้าสู่ปรมาตมัน คือ พระพรหม ไม่ใช่หลุดพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิด)

4.  หลักปรมาตมันและโมกษะ

  • ปรมาตมัน  เป็นดวงวิญญาณที่ยิ่งใหญ่ เป็นสิ่งที่ เกิดขึ้นเอง  เป็นต้นเหตุของสรรพสิ่ง (คล้ายกับ พระเจ้า (GOD) ในคริสต์ศาสนา) หรือสรรพสิ่ง เกิดจากปรมาตมัน ปรมาตมันเป็นอมตะ ไม่มีเบื้องต้น และไมีมีที่สิ้นสุด ไม่ทีเพศ เป็นสันติสุขในตัวเอง  เป็นปฐมวิญญาณ ของสิ่งทั้งปวง  และเป็นบ่อเกิดของอาตมัน
  • อาตมัน เป็นดวงวิญญาณของปรมาตมัน คือ ที่เกิดเป็นสัตว์ต่าง ๆ  เช่น มนุษย์ เทพเจ้า เดรัจฉาน ฯลฯ
  • โมกษะ  การที่ดวงวิญญาณย่อยหรือาตมัน รวมเป็นหนึ่งเดียวกับปรมาตมันได้นั้น จะต้องเข้าถึงจุดหมายของชีวิตให้ได้ ซึ่งก็คือ โมกษะ หรือการหลุดพ้นจากสังสารวัฏ ส่วนวิธี ที่จะหลุดพ้นจากสังสารวัฏ คือ มรรคสี่ ได้แก่
    • กรรมมรรค  คือการละกรรม ที่เป็นต้นเหตุ ให้เกิดการเวียนว่ายตายเกิด พึงกระทำกรรมที่เป็นเหตุให้เข้าถึง การหลุดพ้น
    • ชญานมรรค  คือ วิถีแห่งการหลุดพ้น ด้วยการรู้แจ้งในบรมสัตย์
    • ภักติมรรค คือ วิถีแห่งการหลุดพ้น ด้วยการภักดีในองค์พระเป็นเจ้า
    • ราชมรรค คือ วิถีแห่งการหลุดพ้น ด้วยการฝึกฝนทางจิต

5.  หลักทรรศนะ 6

     หลักทรรศนะ 6 เป็นหลักธรรม และการปฏิบัติ ที่เป็นการเคลื่อนไหว เปลี่ยนแปลง ที่ทำให้ความเป็นพราหมณ์กลายมาเป็นความเป็น ฮินดูในปัจจุบัน  หลักทรรศนะ 6 ได้แก่ ลัทธิสังขยา  ลัทธิโยคะ (เน้นการบริกรรม คำว่า “โอม” เป็นคำศักดิ์สิทธิ์ ที่ใช้ในการภาวนา) ลัทธินยายะ  ลัทธิไวเศษิกะ  ลัทธิมีมางสา หรือปูรวมีมางสา  และลัทธิเวทานตะ

6.  คัมภีร์ของศาสนาพราหมณ์-ฮินดู

  • ฤคเวท  เป็นคัมภีร์แห่งความรอบรู้ในบทสวด สรรเสริญพระเจ้า
  • ยชุรเวท  เป็นคัมภีร์รวบรวมบทร้อยกรอง ใช้ในพิธีการบูชายัญในศาสนา
  • สามเวท เป็นคัมภีร์รวบรวมบทสวดมนต์ สำหรับ ประกอบพิธีกรรมต่าง ๆ  ของประชาชน โดยทั่วไป
  • รวม 3 อย่างนี้  เรียกว่า “ไตรเพท” ต่อมาเพิ่มเข้ามาอีกคัมภีร์หนึ่ง คือ อาถรรพนเวท เป็นคัมภีร์เวทมนต์ คาถา ที่เรียกว่า พระเวท มนตร์ขลัง

     ส่วนคัมภีร์รุ่นหลังที่สำคัญ คือ คัมภีร์ภควัทคีตาเป็นคัมภีร์ซึ่งถือว่า เป็ฯยอดวรรณคดี และเป็นหัวใจ ปรัชญาของฮินดู หลักธรรมของคัมภีร์นี้ มีอิทธิพล อย่างแรงกล้าเหนือจิตใจชาวฮินดูตลอดเวลา 1,600 ปี ที่ป่านมา  ถ้อยคำ และสำนวนในคัมภีร์ มีควมไพเราะ อย่างยิ่ง

     คัมพีร์ภควัทคีตา เป็นส่วนหนึ่งของมหากาพย์ มหาภารตะ เป็นส่วนหนึ่ง หรือฉากหนึ่ง ของภีษมบรรพ ในมหากาพย์มหาภารตะ ภควัทคีตา มีความสมบูรณ์ ในตัวเอง แต่ก็เป็นส่วนหนึ่งของเนื้อเรื่องมหาภารตยุทธ ด้วย  ภควัทคีตา มาจากศัพท์เดิมว่า “ภควัต” สันธิกับ คำว่า “คีตา”  คำว่า ภควัต  หรือ ภควา หรือ ภควันต์ หมายถึงผู้ที่เป็นที่เคารพอย่างสูง  นาย  หรือที่พึ่ง  คำว่า คีตา แปลว่า เพลง  ดังนั้น ภควัทคีตา จึงแปลว่า บทเพลง แห่งพระผู้เป็นเจ้า หมายถึง คำสอนที่พระผู้เป็นเจ้า ประทานแก่มนุษย์ เพื่อชี้ทางให้เข้าถึงพระผู้เป็นเจ้า

     หลักคำสอนของศาสนาพราหมณ์-ฮินดู จะดูขัด ๆ  กันอยู่  เนื่องจากอย่างที่บอกแล้ว  คือ  ศังกราจารย์ ปราชญ์ที่สำคัญยิ่งของพราหมณ์ ได้ประยุกต์ คำสอน หรือเลียนแบบคำสอนของพุทธมาไว้ด้วย  จึงดูเหมือน ไม่เป็นตัวของตัวเอง มีทั้งโมกษะ การหลุดพ้นจาก การเวียนว่ายตายเกิด ซึ่งแท้จริงแล้ว หมายถึง การเข้าถึง พระผู้เป็นเจ้า คือ พระพรหม ซึ่งเป็นปรมาตมัน ไม่ได้หมายถึง พ้นจากสังสารวัฏ ถ้าเทียบกับนิพพาน ในพุทธศาสนา ก็ไม่ใช่ เพราะนิพพาน ไม่ได้เข้าร่วมกับ สิ่งใด นิพพานในพุทธศาสนา หมายถึง ดับเพลิงกิเลส เพลิงทุกข์ ซึ่งประสบได้ในปัจจุบัน มิใช่หลังจากตายแล้ว ส่วนจุดมุ่งหมายสูงสุดของศาสนาที่มีเทพเจ้า ล้วนเข้าถึง เทพเจ้าหลังจากตายแล้ว หรือหลังจากสิ้นโลกแล้วทั้งนั้น ก็ขอให้ท่านผู้สนใจพิจารณาดู

Advertisements
ใส่ความเห็น

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

w

Connecting to %s